
ท้องอืด ท้องผูก โรคคุ้นเคย
ที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะให้มาใกล้ชิด
เพราะรู้ว่า ถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นช่องทาง
ในการเกิดของริดสีดวงทวาร
ที่อาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่
สู่มะเร็งลำไส้หรือติดเชื้อในลำไส้ก็เป็นได้

หนทางที่จะหลีกเลี่ยง
ไม่ให้โรคอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้มากล้ำกรายนั้น
อยู่ที่การทำให้ระบบขับถ่ายนั้นปกติที่สุด
หรือพูดง่ายๆ ว่า อึ..ง่าย อึ…เป็นประจำ
แต่การที่จะทำให้ได้อย่างที่ว่านี้
ปัจจุบันหลักนั้นอยู่ที่การเลือกอาหารที่บริโภคเข้าไป

ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม
แครอต มะเขือเทศ ผักใบเขียว ธัญญพืช
หรือขนมปังโฮลวีต เหล่านี้คืออาหาร
ที่จะช่วยให้อึได้ดี นั่นเป็นเพราะอาหารเหล่านี้
เป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง
ที่จะช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ

ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ จะมีใยอาหารอยู่มาก
จะช่วยอุ้มน้ำ ทำให้อาหารเดินทางได้รวดเร็ว
และทำให้อึมีน้ำหนักมากขึ้น
เป็นที่มาของการขับถ่ายที่ดี
เช่นเดียวกับ แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี่
หรือผลไม้ต่างๆ ก็จะมีเซลลูโลส ทำให้อึพองตัว
เพชรดาว ทัศนศร นักโภชนาการ
โรงพยาบาลเวชธานี ขยายความเข้าใจไว้ว่า
อาหารที่ช่วยในการขับถ่ายนั้น
เป็นอาหารที่มีเส้นใยหรือที่เรียกว่าไฟเบอร์
ที่แบ่งได้เป็น เส้นใยที่ละลายในน้ำ
ที่มักจะพบในผลไม้ต่างๆ
และเส้นใยที่ไม่ละลายในน้ำ
จำพวกนี้ถือได้ว่าเป็นยาระบายอย่างดี
เพราะจะสามารถดูดซับน้ำ
และเร่งให้ผนังลำไส้บีบ-คลายตัว
ช่วยให้กากอาหารเคลื่อนที่
ทั้งยังช่วยให้อึนั้นอ่อนนุ่ม
หมดปัญหาที่จะเป็นริดสีดวงทวารหนัก
ประเภทนี้มักจะเจอในผักและธัญพืช

ส่วนปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานนั้น
แบ่งง่ายๆ คือควรกินผักสุก 1 ทัพพี
ผลไม้ประมาณ 8-10 ชิ้น
หรือส้ม 1 ลูกก็พอแล้ว
เลือกอาหารได้เหมาะแล้ว
อย่าลืมที่จะดื่มน้ำสะอาด
อย่างน้อยวันละ 8 แก้วด้วย
ก็จะยิ่งช่วยให้อึ…ได้อย่างมีคุณภาพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.wiseknow.com/ค่ะ

ประเด็นสำคัญ
* พบว่ามีความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับอาการท้องผูกมาก
กล่าวคือ ส่วนใหญ่ฝังใจตั้งแต่วัยเรียน
ว่า ควรถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุกวัน
แต่ความจริงมีว่า ท้องผูกคืออาการที่อุจจาระแห้ง แข็ง ถ่ายลำบาก
* การใช้ยาถ่าย ยาระบายมากเกินไป
ทำให้เกิดการติดเป็นนิสัยได้
* มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุของท้องผูกได้เช่นกัน
เพราะก้อนเนื้อโตขวางทางไว้
* การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำ
มีผลดีต่อการทำงานของลำไส้ใหญ่
แก้ปัญหาท้องผูกได้ดีมาก

อาการท้องผูกคืออะไร ?
ท้องผูกคือสภาพที่การถ่ายอุจจาระ
เป็นไปด้วยความยากลำบาก
เนื่องจากอุจจาระอยู่ในสภาพที่แห้ง แข็ง
เป็นก้อนเล็กก้อนน้อยเหมือนขี้แพะ

จะเห็นว่า ความสำคัญอยู่ที่สภาพของอุจจาระ
มากกว่าที่จะเป็นความถี่ในการอุจจาระ
คนมักจะเข้าใจว่า คนเราควรถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุกวัน
ซึ่งความจริงไม่จำเป็น ตราบใดที่การถ่ายอุจจาระแต่ละครั้ง
เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สร้างความทรมาน เจ็บปวดแก่ผู้นั้น

สาเหตุของท้องผูก
# การอั้นอุจจาระเป็นประจำ ทำให้นิสัยการถ่ายเสียไป
เพราะตามปกติ เมื่อมีอุจจาระไปรอที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
จะมีกระแสประสาทกระตุ้นเตือนให้เกิดการถ่าย
แต่ถ้าอั้นไว้บ่อยๆ ระบบนี้ก็จะเสียไป
ทำให้อุจจาระสะสมในลำไส้ใหญ่นานเกินไป
น้ำในอุจจาระจะถูกดูดกลับมากเกินไป
ทำให้อุจจาระแห้งแข็ง

# รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อยเกินไป
# การใช้ชีวิตแบบเฉยๆ เฉื่อยๆ นั่งๆนอนๆ
ขาดการออกกำลังกาย หรือผู้ป่วยที่ต้องนอนพัก
บนเตียงติดต่อกันนานๆ
# รับประทานน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน
# ความเครียด ข้อนี้ค่อนข้างแปลก
เนื่องจากในบางคนความเครียดทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน
* การใช้ยาระบายประเภทที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่เป็นประจำ
จนกระทั่งเกิดการติดยา ไม่สามารถหยุดยาได้
มีแต่จะต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเรื่อยๆ
* โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด เช่น Diverticulosis,
Irritable Bowel Syndrome,
มะเร็งลำไส้ใหญ่, โรคของต่อมธัยรอยด์

การรักษา
ควรพิจารณาจากสาเหตุข้างบน และแก้ไข
โดยมีแนวทางดังนี้

* ทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารมากๆ
ได้แก่ ผัก ผลไม้ ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาท้องผูกแล้ว
ยังมีผลดีต่อการลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
และช่วยควบคุมโรคเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูงด้วย
กรณีที่ไม่สามารถทานได้ ก็ควรเสริมด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
ประเภทเส้นใยอาหาร
* ออกกำลังกายเป็นประจำ
* ดื่มน้ำให้เพียงพอ
* ฝึกการถ่ายให้เป็นนิสัย ไม่อั้น
ถ้ามีสัญญาณการถ่ายควรรีบถ่ายอุจจาระทันที
* เมื่อถึงเวลาถ่ายอุจจาระ ไม่ควรอ่านหนังสือ
หรือทำอะไรอย่างอื่นๆ
* จัดท่านั่งถ่ายให้ถูกต้อง คือ กรณีที่เป็นส้วมชักโครก
ควรโค้งตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้มีแรงเบ่งมากขึ้น
* เปลี่ยนทัศนคติเรื่อง “การถ่ายอุจจาระทุกวัน”
เพราะท้องผูกขึ้นกับสภาพอุจจาระไม่ใช่ความถี่
* พิจารณาใช้ยาระบายที่เหมาะสม
โดยถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าจำเป็นต้องใช้
ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.geocities.com/hotSprings/bath/8143/constipation.html ค่ะ


